บันทึกการเรียนรู้ ➤ ครั้งที่ 14
วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ.2561
เวลา 08.30-11.30น.
ความรู้ที่ได้รับ
ในการเรียนการสอนสำหรับวันนี้อาจารย์บาสได้บอกแนวข้อสอบที่จะสอบปลายภาคที่ใกล้จะถึงนี้ซึ่งทุกคนตั้งใจฟังและจดแนวข้อสอบเพื่อจะนำไปอ่านเพื่อทำให้ได้คะแนนสูงๆ
💗ปัญหาการขาดสารอาหารและการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในเด็ก
🌀 หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
ดังนั้นผู้เลียงดูเด็กควรคำนึงถึงการจัดอาหารให้เหมาะสมกับสภาพและวัยของแต่ละบุคคลโดยคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร
ประโยชน์ที่จะได้รับจากสารอาหาร ปริมาณของอาหารที่ควรได้รับ และพิษภัยของอาหาร
เด็กที่ได้รับอาหารที่ดีมีคุณภาพ ได้รับอาหารเพียงพอ
มีสารอาหารคบถ้วนตามความต้องการ จะมีสุขภาพอนามัยทีสมบูรณ์
มีการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ เป็นปกติ
แต่หากเด็กคนใดไม่ได้รับอาหารที่ดี ไม่เพียงพอ อาหารไม่มีคุณภาพ
จะเกิดภาวะขาดสารอาหาร สุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์ รูปร่างแคระแกร็น เติบโตช้า
พัฒนาการไม่สมวัย สภาพร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้พฤติกรรมผิดปกติไปด้วย
☝สถานที่ประกอบอาหาร
เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับประกอบอาหาร
เครื่องใช้สำหรับรับประทานอาหาร
ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อภาชนะ
สถานที่รับประทานอาหาร
ตับไก่หั่นเป็นชิ้นหนา 1/2 นิ้ว 300 กรัม แครอท 1 หัว ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยม 1/2 ถ้วย ถั่วแขก 6 ฝัก มันเทศผ่าครึ่งหั่นแว่น 1/2 ถ้วย น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ 2 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา
✅วิธีทำ
1. เคล้าเกลือกับตับเข้าด้วยกัน
2. ผัดตับในน้ำมัน พอตับตึงตัวตักใส่หม้อ ใส่น้ำตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน
3. ปอกแครอทหั่นเป็นแว่นหนา 1 ซม. ถั่วแขกลอกเยื่อออกหั่นครึ่งฝัก ปอกมันเทศผ่าครึ่งลูกและหั่นเป็นแว่นหนา 1 ซม.
4. ใส่ผักทั้งหมดลงในหม้อตับตั้งไฟ ปิดฝา เคี่ยวจนผักสุกนุ่ม
เวลา 08.30-11.30น.
ความรู้ที่ได้รับ
ในการเรียนการสอนสำหรับวันนี้อาจารย์บาสได้บอกแนวข้อสอบที่จะสอบปลายภาคที่ใกล้จะถึงนี้ซึ่งทุกคนตั้งใจฟังและจดแนวข้อสอบเพื่อจะนำไปอ่านเพื่อทำให้ได้คะแนนสูงๆ
หลังจากนั้นอาจารย์ได้พูดถึงการออกมานำเสนอเป็นกลุ่มที่ได้แบ่งไว้มีทั้งหมด 8 กลุ่ม ซึ่งนำเสนอในเรื่องของ 8 คุณธรรมพื้นฐาน โดยนำเสนอเป็นเพลง นิทาน คำคล้องจอง แต่อาจารย์จะสอนในเนื้อหาก่อนค่อยออกมานำเสนอตอนท้าย
😻อาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
💚อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อร่างกายของมนุษย์
นับตั้งแต่ปฏิสนธิอยู่ในครรภ์มารดาเมื่อเริ่มมีชีวิต
ทารกจะได้รับอาหารผ่านทางสายรก และใช้ในการเจริญเติบโตตลอดมา
💚อาหารที่เรากินเข้าไปจะส่งผลต่อร่างกายของเรา
เช่น เรากินอาหารที่มีคุณค่าประกอบไปด้วย เนื้อสัตว์ แป้ง น้ำตาล ผัก ผลไม้
ในปริมาณที่พอเหมาะพอควร เราก็จะสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างกระฉับกระเฉง มีพลังที่จะดำเนินชีวิตประจำวันได้
💗หลักของโภชนาการได้จัดแบ่งอาหารออกเป็นหมู่ได้
5 หมู่ ได้แก่
อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้ง
ช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ
อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว หัวเผือก หัวมัน แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานความอบอุ่น
อาหารหมู่ที่ 3 ผักใบเขียวและพืชผักต่างๆ ให้วิตามิน เกลือแร่และเส้นใย
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ให้วิตามินและเกลือแร่
อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน น้ำมันจากพืชและสัตว์ ให้พลังงานและความอบอุ่น
การจัดอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการให้แก่เด็ก จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ ซึ่งเด็กต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน
อาหารหมู่ที่ 2 ข้าว หัวเผือก หัวมัน แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานความอบอุ่น
อาหารหมู่ที่ 3 ผักใบเขียวและพืชผักต่างๆ ให้วิตามิน เกลือแร่และเส้นใย
อาหารหมู่ที่ 4 ผลไม้ต่างๆ ให้วิตามินและเกลือแร่
อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน น้ำมันจากพืชและสัตว์ ให้พลังงานและความอบอุ่น
การจัดอาหารที่มีคุณค่าตามหลักโภชนาการให้แก่เด็ก จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ ซึ่งเด็กต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน
💗อาหารที่มีโทษเป็นพิษภัยแก่เด็ก
💋ปัจจุบันอาหารสำเร็จรูปสำหรับริโภคมีมากมายในตลาด
ซึ่งผู้ผลิตคำนึง ถึงความสะดวกของผู้บริโภคเป็นหลัก สามารถเก็บไว้ได้นาน
ในทุกอุณหภูมิ มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ผู้ผลิตโฆษณาชวนเชื่อ
เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อว่าอาหารนั้นๆ ดี มีคุณค่า อร่อย ทันสมัย
หากผู้บริโภคหลงเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองหรือขาดความรู้ด้านโภชนาการ
ก็จะรับประทานอาหารนั้นจนลืมคิดไปว่าการที่จะทำให้อาหารนั้นๆ คง สภาพความอร่อย
ความหอม ความมัน ความหวาน คงสีสันไว้ได้ตลอด
นั้นต้องอาศัยสารเคมีช่วยในการปรุงแต่งรูป รส กลิ่น และสี ให้คงเดิม
วัตถุเหล่านี้เองที่เป็นอันตรายได้
💋เด็กปฐมวัยนับเป็นตลาดอันสำคัญยิ่งของผู้ผลิตเหล่านี้
เนื่องจากเด็กยังไม่ มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจเองได้ จึงมักเชื่อตามโฆษณา
และความ นิยมของเพื่อนๆ เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้อง ตระหนักถึงพิษภัยร้ายกาจของอาหารเหล่านี้
โดยต้องร่วมมือกับ พ่อแม่ ผู้ปกครองช่วยกันให้ความรู้แก่เด็ก
และไม่จัดอาหารเหล่านี้ให้แก่เด็ก เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมา
สิ่งที่ผู้ผลิตตั้งใจใส่ในอาหารสำเร็จรูป เราเรียกว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” เช่น กรดน้ำส้ม สารให้ความหวาน ผงชูรส เป็นต้น
วัตถุหรือสารเคมีที่พบปะปนโดยที่ผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจใส่ในอาหาร เรียกว่า “วัตถุปนเปื้อน” เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
สิ่งที่ผู้ผลิตตั้งใจใส่ในอาหารสำเร็จรูป เราเรียกว่า “วัตถุเจือปนอาหาร” เช่น กรดน้ำส้ม สารให้ความหวาน ผงชูรส เป็นต้น
วัตถุหรือสารเคมีที่พบปะปนโดยที่ผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจใส่ในอาหาร เรียกว่า “วัตถุปนเปื้อน” เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
💖การขาดสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งจากความบกพร่องของการบริโภค
อาหาร จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของร่างกายกลายเป็นโรคขาดสารอาหาร
ยิ่งเมื่อเกิดในเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต คือ อายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 5 ปี
ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของอนาคตแล้ว ก็ยิ่งเป็นปัญหาที่เลวร้ายมากที่สุด การ
ขาดสารอาหารในวัยเด็กจะทำให้เกิดความชะงักของการเจริญเติบโตเด็กจะ แคระแกร็น
ส่งผลกระทบต่อระบบสมอง เนื่องจากมีการค้นพบว่า สมองของ
คนเราจะเจริญอย่างรวดเร็วถึง90% ในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต ต่อจากนั้นจะ
เจริญต่อไปจนอายุ 5 ปีหากช่วงอายุดังกล่าวเด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
นอกจากร่างกายเจริญเติบโตไม่ดีแล้ว สมองก็จะเจริญเติบโตไม่เต็มที่ด้วย
💗หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก
🌀ในช่วงอายุแรกเกิดถึง
5 ปี ถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตและการมีพัฒนาการใน ทุก ๆ
ด้านของชีวิตเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็ว
หากเด็กได้รับการเลี้ยงดู
ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและถูกต้องจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง
ในที่นี้ควรทำความเข้าใจถึงความหมายของคำว่า
การเจริญเติบโตและพัฒนาการว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร การเจริญเติบโต หมายถึง
การะบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งด้านการเพิ่มขนาดของร่างกายทุกส่วนหรือเฉพาะส่วน
สามารถวัดได้ เช่นน้ำหนัก ความสูง ขนาด ความหนาแน่น เป็นต้น
💗อาหารสำหรับวัยทารก (แรกเกิด- 1
ปี)
ในระยะแรกเกิดจนถึง
4 เดือน ให้เด็กกินนมแม่เพียงอย่างเดียว การเริ่มฝึกให้อาหารตั้งแต่ 4
เดือนขึ้นไปแบ่งได้เป็น 6 ระยะ ดังนี้
😁อายุ 4 เดือน ระยะเริ่มแรกให้อาหารเสริมนอกจากกินนมแม่แล้ว ให้ข้าวบดผสมกับน้ำแกงจืดเล็กน้อยเพื่อให้กลืนง่าย ประมาณ 1 ช้อนก่อน ผสมไข่แดงต้มสุกประมาณ 1 ใน 4 ฟอง ปนน้ำแกงจืดที่ใส่ผักต่าง ๆ ให้สลับกับกล้วยน้ำว้าสุกงอม ใช้ปลายช้อนขูดทีละน้อยแล้วบดให้ละเอียด ให้ในประมาณที่น้อย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงเพิ่ม จะช่วยให้ทารกได้รับโปรตีนและพลังงานเพียงพอ ไม่เกิดการขาดสารอาหาร ควรให้กินในเวลาเดียวกันเพื่อหัดให้เกดความเคยชิน
😁อายุ 4 เดือน ระยะเริ่มแรกให้อาหารเสริมนอกจากกินนมแม่แล้ว ให้ข้าวบดผสมกับน้ำแกงจืดเล็กน้อยเพื่อให้กลืนง่าย ประมาณ 1 ช้อนก่อน ผสมไข่แดงต้มสุกประมาณ 1 ใน 4 ฟอง ปนน้ำแกงจืดที่ใส่ผักต่าง ๆ ให้สลับกับกล้วยน้ำว้าสุกงอม ใช้ปลายช้อนขูดทีละน้อยแล้วบดให้ละเอียด ให้ในประมาณที่น้อย ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จึงเพิ่ม จะช่วยให้ทารกได้รับโปรตีนและพลังงานเพียงพอ ไม่เกิดการขาดสารอาหาร ควรให้กินในเวลาเดียวกันเพื่อหัดให้เกดความเคยชิน
😁อายุ 5 เดือน เด็กยังกินนมแม่
ควรเพิ่มโปรตีนจากปลาโดยใช้เนื้อปลาสุกบดละเอียดผสมน้ำแกงจืดจากผักเพื่อหัดให้ทารกรู้จักกินปลาที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดี
มีลักษณะอ่อนนุ่ม ย่อยง่าย ควรระมัดระวังก้างปลา ควรใส่ผักในข้าวสลับกับฟักทอง
มะเขือเทศ หรือแครอท สลับกับการให้ไข่แดงต้มสุกบดให้ละเอียด 1 ฟอง
เพื่อให้ได้วิตามินและป้องกันการขาดวิตามินเอ
😁อายุ 6 เดือน กินนมแม่ ให้อาหารแทนนท 1 มื้อ
โดยเริ่มกินข้าวบดผสมเนื้อปลาหรือไข่ต้ม สุกบด ใส่น้ำแกงจืด ผสมผัก ตับบด
และกินผลไม้สุกบดละเอียดตามฤดูกาลเพื่อให้ได้วิตามินเพิ่มขึ้น
ควรฝึกพัฒนาการกินอาหารให้เป็นเวลาเพื่อปรับเปลี่ยนอาหารเป็นมื้อได้ง่าย
😁อายุ 7 เดือน ยังกินนมแม่ ในระยะนี้เด็กจะเริ่มมีฟันขึ้น
กระเพาะอาหารสามารถสร้างน้ำย่อยได้แล้ว ทารกจะเกิดความรู้สึกอยากอาหารและกินอาหารได้มากขึ้น
นอกจากให้ข้าวบดผสมเนื้อสัตว์ต่าง ๆ บดแล้ว
เริ่มเพิ่มตับบดโดยใส่ผสมกับผักสุกบดกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่ 1 ฟอง และผลไม้สุกบด
ควรให้อาหารชนิดใหม่ ๆ ที่มีลักษณะข้นขึ้นและหยาบมากขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ
สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เริ่มให้ไข่แดงและไข่ขาว เริ่มให้อาหารว่างเป็นผลไม้สุกเพิ่มได้วันละ
1 มื้อ
😁อายุ 8-10
เดือน
ให้กินนมแม่และให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ โดยให้อาหารสลับกันในปริมาณที่มากขึ้น
😁อายุ 10-12 เดือน ทารกจะมีพัฒนาการในการใช้มือมากขึ้น ควรให้ฝึกหยิบจับอาหารใส่ปากเอง โดยแม่หรือผู้ดูแลเด็กคอยช่วยเหลือ โดยหาอาหารที่ไม่แข็ง ไม่เหนียวหรือมีขนาดใหญ่เกินไป ให้ถือกินเองบ้าง ประเภทผัก ผลไม้ เช่น ฟักทอง แครอท มันต้ม แตงกวา มะละกอ มะม่วงสุก หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ เพิ่มมื้ออาหารเป็น 3 มื้อ เมื่ออายุครบ 12 เดือน ก็จะสามารถกินอาหารได้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น
😁อายุ 10-12 เดือน ทารกจะมีพัฒนาการในการใช้มือมากขึ้น ควรให้ฝึกหยิบจับอาหารใส่ปากเอง โดยแม่หรือผู้ดูแลเด็กคอยช่วยเหลือ โดยหาอาหารที่ไม่แข็ง ไม่เหนียวหรือมีขนาดใหญ่เกินไป ให้ถือกินเองบ้าง ประเภทผัก ผลไม้ เช่น ฟักทอง แครอท มันต้ม แตงกวา มะละกอ มะม่วงสุก หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ เพิ่มมื้ออาหารเป็น 3 มื้อ เมื่ออายุครบ 12 เดือน ก็จะสามารถกินอาหารได้มากขึ้นและหลากหลายขึ้น
💗ข้อปฏิบัติในการจัดเตรียมอาหารของเด็กในวัยทารก
1)
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนจับต้องอาหาร
2) ใช้ภาชนะที่สะอาด โดยจัดเก็บอย่างมิดชิดไม่ให้แมลงวันหรือแมลงอื่น ๆ ไต่ตอม
3) อาหารที่ปรุงทุกชนิดต้องล้างให้สะอาด ภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มและประกอบอาหาร เช่น หม้อ กระทะ จาน ชาม มีด ต้องล้างให้สะอาดก่อนและหลังใช้ทุกครั้ง แยกภาชนะของเด็กและผู้ใหญ่รวมไปถึงมือของผู้ปรุงอาหารก็ต้องสะอาดด้วย
4) อาหารและน้ำจะต้องสุกทั่วถึงและทิ้งระยะเวลาให้อุ่นลง ไม่ร้อนจัดเวลานำมาป้อนเด็ก หากเด็กกินเหลือไม่ควรเก็บไว้
5) อาหารของเด็กจะต้องมีรสธรรมชาติ ไม่ควรใส่สารปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติเกินธรรมชาติ เช่น ไม่เค็ม หวาน เปรี้ยวเกินไป หรือไม่ควรใส่ผงชูรส
2) ใช้ภาชนะที่สะอาด โดยจัดเก็บอย่างมิดชิดไม่ให้แมลงวันหรือแมลงอื่น ๆ ไต่ตอม
3) อาหารที่ปรุงทุกชนิดต้องล้างให้สะอาด ภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มและประกอบอาหาร เช่น หม้อ กระทะ จาน ชาม มีด ต้องล้างให้สะอาดก่อนและหลังใช้ทุกครั้ง แยกภาชนะของเด็กและผู้ใหญ่รวมไปถึงมือของผู้ปรุงอาหารก็ต้องสะอาดด้วย
4) อาหารและน้ำจะต้องสุกทั่วถึงและทิ้งระยะเวลาให้อุ่นลง ไม่ร้อนจัดเวลานำมาป้อนเด็ก หากเด็กกินเหลือไม่ควรเก็บไว้
5) อาหารของเด็กจะต้องมีรสธรรมชาติ ไม่ควรใส่สารปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติเกินธรรมชาติ เช่น ไม่เค็ม หวาน เปรี้ยวเกินไป หรือไม่ควรใส่ผงชูรส
6) ต้มหรือตุ่นข้าวจนสุกและ แล้วนำมาบดให้ละเอียด
โดยใช้กระชอนหรือใส่ในผ้าขาวบางห่อแล้วบีบรูดออกหรือบดด้วยช้อนก็ได้
หรือตำข้าวสารให้ละเอียดให้เหมาะสมกับอายุของทารก แล้วจึงค่อยนำไปต้มให้สุก
จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก
7) สับหมู หั่นผักให้ละเอียดก่อนนำไปหุงต้ม ส่วนตับให้ต้มให้สุกแล้วต่อยยีให้ละเอียด
8) ให้กินเนื้อปลาสุกโดยการย่าง หรือนึ่ง หรือต้ม ไม่ควรให้กินหนังปลา ระมัดระวังก้างปลาโดยเก็บออกให้หมด
9) ให้กินน้ำแกงจืด (น้ำต้มผักกับเนื้อสัตว์สับละเอียด) ผสมกับข้าว โดยใช้แกงจืดหรือน้ำผัดผัก แต่ต้องไม่เค็ม
10) เด็กที่มีอายุ 7 เดือนแล้วกินถั่วเมล็ดแห้งได้ อาจน้ำไปหุงต้มปนไปกับข้าว หรือจะนำไปทำเป็นขนมผสมกับน้ำตาลและนม
7) สับหมู หั่นผักให้ละเอียดก่อนนำไปหุงต้ม ส่วนตับให้ต้มให้สุกแล้วต่อยยีให้ละเอียด
8) ให้กินเนื้อปลาสุกโดยการย่าง หรือนึ่ง หรือต้ม ไม่ควรให้กินหนังปลา ระมัดระวังก้างปลาโดยเก็บออกให้หมด
9) ให้กินน้ำแกงจืด (น้ำต้มผักกับเนื้อสัตว์สับละเอียด) ผสมกับข้าว โดยใช้แกงจืดหรือน้ำผัดผัก แต่ต้องไม่เค็ม
10) เด็กที่มีอายุ 7 เดือนแล้วกินถั่วเมล็ดแห้งได้ อาจน้ำไปหุงต้มปนไปกับข้าว หรือจะนำไปทำเป็นขนมผสมกับน้ำตาลและนม
💗ข้อควรคำนึงในการให้อาหารแก่เด็กทารก
1.อย่าให้อาหารอื่นใดนอกจากนมแม่ในระยะ 4 เดือนแรก
เพราะจำทำให้เด็กทารกรับประโยชน์จากน้ำนมแม่ไม่เต็มที่
และอาจทำให้น้ำนมแม่ลดลงเนื่องจากการดูดกระตุ้นจากลูกน้อยลง
2.เพื่อเป็นการหัดให้เด็กคุ้นเคย ควรเริ่มให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่ตามที่แนะนำไว้
3.เริ่มให้อาหารทีละอย่าง ทีละน้อย ๆ เช่น 1 ช้อนชา แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนตามแต่ชนิดของอาหารโดยให้กินก่อนกินนมมื้อใดมื้อหนึ่งเป็นจำ แล้วให้นมตามจนอิ่ม ใน 6 เดือนแรก ควรให้อาหารเพียงวันละ 1 มื้อ โดยเพิ่มทีละน้อย ๆ จนมากพอ และกลายเป็นอาหารหลักได้ 1 มื้อ เมื่ออายุ 6 เดือน
4.อาหารทุกชนิดควรใช้ช้อนเล็ก ๆ ป้อน เพราะต้องการหัดให้เด็กรู้จักกินอาหารจากช้อน
5.ควรทิ้งระยะในการที่จะเริ่มอาหารใหม่แต่ละชนิด เพื่อดูการยอมรับของเด็กทารก และเพื่อสังเกตดูว่าทารกแพ้อาหารหรือไม่ เช่น มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ถ้าเด็กไม่กินเพราะไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบควรงดไว้ก่อนชั่วคราว แล้วลองให้ใหม่อีกใน 3-4 วันต่อมา จนเด็กทารกยอมกิน
2.เพื่อเป็นการหัดให้เด็กคุ้นเคย ควรเริ่มให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่ตามที่แนะนำไว้
3.เริ่มให้อาหารทีละอย่าง ทีละน้อย ๆ เช่น 1 ช้อนชา แล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนตามแต่ชนิดของอาหารโดยให้กินก่อนกินนมมื้อใดมื้อหนึ่งเป็นจำ แล้วให้นมตามจนอิ่ม ใน 6 เดือนแรก ควรให้อาหารเพียงวันละ 1 มื้อ โดยเพิ่มทีละน้อย ๆ จนมากพอ และกลายเป็นอาหารหลักได้ 1 มื้อ เมื่ออายุ 6 เดือน
4.อาหารทุกชนิดควรใช้ช้อนเล็ก ๆ ป้อน เพราะต้องการหัดให้เด็กรู้จักกินอาหารจากช้อน
5.ควรทิ้งระยะในการที่จะเริ่มอาหารใหม่แต่ละชนิด เพื่อดูการยอมรับของเด็กทารก และเพื่อสังเกตดูว่าทารกแพ้อาหารหรือไม่ เช่น มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ถ้าเด็กไม่กินเพราะไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบควรงดไว้ก่อนชั่วคราว แล้วลองให้ใหม่อีกใน 3-4 วันต่อมา จนเด็กทารกยอมกิน
6. ควรจัดให้กินอาหารเหลวก่อน เช่น
น้ำส้มคั้น น้ำต้มผัก แล้วจึงหัดให้กินอาหารข้นขึ้น เช่น กล้วยน้ำว้าสุกงอม
บอผสมกับน้ำต้มสุกเล็กน้อย ข้าวบดผสมกับน้ำแกงจืด ไข่แดงต้ม ผักบด ปลาบด เป็นต้น
อาหารจะค่อย ๆ ข้นขึ้นและหยาบขึ้นตามอายุของลูก
7. ให้กินน้ำต้มสุกหลังอาหารในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้สมบูรณ์ และช่วยในการขับถ่ายของเสีย รวมทั้งทำความสะอาดช่องปากของเด็กทารก
8. เมื่อเด็กทารกเริ่มมีฟันขึ้น ให้กินอาหารสับละเอียดไม่ต้องบด เพื่อฝึกให้เด็กหัดเคี้ยว
9. ให้อาหารที่สดใหม่และทำสุกใหม่ ๆ 10. อย่าบังคับเด็กกินเมื่อเด็กไม่ต้องการ ให้พยายามลองใหม่วันต่อไป
11. อย่าให้เด็กกินอาหารเค็มจัดและหวานจัด
7. ให้กินน้ำต้มสุกหลังอาหารในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้สมบูรณ์ และช่วยในการขับถ่ายของเสีย รวมทั้งทำความสะอาดช่องปากของเด็กทารก
8. เมื่อเด็กทารกเริ่มมีฟันขึ้น ให้กินอาหารสับละเอียดไม่ต้องบด เพื่อฝึกให้เด็กหัดเคี้ยว
9. ให้อาหารที่สดใหม่และทำสุกใหม่ ๆ 10. อย่าบังคับเด็กกินเมื่อเด็กไม่ต้องการ ให้พยายามลองใหม่วันต่อไป
11. อย่าให้เด็กกินอาหารเค็มจัดและหวานจัด
💗อาหารสำหรับเด็กอายุ 1-3 ปี
เป็นวัยที่ต้องการสารอาหารและพลังงานมากกว่าผู้ใหญ่
เพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อ สมอง กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ สร้างเสริมภูมิต้านทานโรค
แต่เนื่องจากวัยนี้เริ่มจะสนใจสิ่งแวดล้อมและการเล่นมากกว่า ทำให้ไม่ค่อยสนใจอาหาร
พร้อมกับเริ่มชอบหรือไม่ชอบอาหารบางอย่าง มีการเลือกกันเฉพาะสิ่งที่ชอบ
จึงควรสร้างนิสัยการกินที่ดีในระยะ นี้ เพราะหากตามใจเด็กให้เลือกกินตามแต่ชอบ
อาจทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม หรือได้รับไม่ครบทั้ง 5 หมู่
ทำให้การเจริญเติบโตชะวักงัน พัฒนาการทางสมองและสติปัญญาไม่ดีเท่าที่ควร อาจเจ็บป่วยบ่อย
ควรให้อาหารกลัก 3 มื้อ และอาหารเสริมเป็นนมและของว่างที่มีประโยชน์
💗ข้อปฏิบัติในการจัดเตรียมอาหาร
1)ให้กินอาหารหลักให้ครบ 5 หมู่
ในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสะอาดและปลอดภัย
2)ควรจัดอาหารให้มีปริมาณไขมัน โดยเลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพดี เช่น น้ำมันจากพืช เช่น ข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย ปลาทะเล หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ให้เด็กได้รับไขมันในสัดส่วน 30% ของอาหารที่ให้พลังงานในแต่ละวัน และให้ได้รับน้ำนมวัวละ 2-4 แก้ว กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง
3)ควบคุมความหวานหรือใส่น้ำตาลแต่พอควร ไม่ควรตามใจเด็กให้กินอาหารหวานมากจนกลายเป็นนิสัยทำให้เกิดโทษ เช่น ฟันผุ หากเด็กได้รับน้ำตาลมากเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจสะสมทำให้มีการสร้างไนโตรกลีเซอไรด์เพิ่มมากขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือเกิดเป็นโรคเบาหวานได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรเลือกอาหารประเภทธัญญาพืชและแป้งจากธรรมชาติให้มากที่สุด เมื่อร่างกายได้รับแล้วสามารถย่อยเป็นน้ำตาลนำมาใช้เป็นพลังงานได้
2)ควรจัดอาหารให้มีปริมาณไขมัน โดยเลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพดี เช่น น้ำมันจากพืช เช่น ข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย ปลาทะเล หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ให้เด็กได้รับไขมันในสัดส่วน 30% ของอาหารที่ให้พลังงานในแต่ละวัน และให้ได้รับน้ำนมวัวละ 2-4 แก้ว กินไข่ได้วันละ 1 ฟอง
3)ควบคุมความหวานหรือใส่น้ำตาลแต่พอควร ไม่ควรตามใจเด็กให้กินอาหารหวานมากจนกลายเป็นนิสัยทำให้เกิดโทษ เช่น ฟันผุ หากเด็กได้รับน้ำตาลมากเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจสะสมทำให้มีการสร้างไนโตรกลีเซอไรด์เพิ่มมากขึ้น เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือเกิดเป็นโรคเบาหวานได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กควรเลือกอาหารประเภทธัญญาพืชและแป้งจากธรรมชาติให้มากที่สุด เมื่อร่างกายได้รับแล้วสามารถย่อยเป็นน้ำตาลนำมาใช้เป็นพลังงานได้
4)ให้กินอาหารที่มีเส้นใยเพื่อให้มีกากอาหารมากพอที่จะขับถ่ายออกมาได้สะดวก เช่น ผัก
ผลไม้ที่กินได้ทั้งเปลือก รสไม่หวานจัด เพื่อให้เด็กท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวง
5)ไม่ใช้สารปรุงรส เช่น เกลือ น้ำปลา หรืออาหารที่มีความเค็มจัดแก่เด็ก เพราะจำทำให้เด็กเกิดความเคยชิน กินอาหารรสเค็มจัดอาจทำให้เด็กเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ ควรให้เด็กกินอาหารรสชาติให้มากที่สุด โดยไม่ต้องปรุงแต่งจนมากเกินพอดี
6)ควรจัดเปลี่ยนอาหารบ่อย ๆ อย่าให้ซ้ำซากจำแจ เพราะเด็กจะเบื่อและเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับอาหารนั้นไปจนโต
5)ไม่ใช้สารปรุงรส เช่น เกลือ น้ำปลา หรืออาหารที่มีความเค็มจัดแก่เด็ก เพราะจำทำให้เด็กเกิดความเคยชิน กินอาหารรสเค็มจัดอาจทำให้เด็กเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ ควรให้เด็กกินอาหารรสชาติให้มากที่สุด โดยไม่ต้องปรุงแต่งจนมากเกินพอดี
6)ควรจัดเปลี่ยนอาหารบ่อย ๆ อย่าให้ซ้ำซากจำแจ เพราะเด็กจะเบื่อและเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับอาหารนั้นไปจนโต
💗อาหารสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี
เด็กในวัยนี้จะมีระยะการเจริญเติบโตที่ช้ามากกว่าใน
2 ระยะแรก ดังนั้นจึงไม่ต้องการอาหารในการพัฒนาการมากนักจะให้ความสนใจอาหารน้อยลงแต่มีความสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ทำให้ความอยากอาหารน้อยลง จะมีความต้องการอาหารแตกต่างกันในแต่ละมื้อ
เริ่มกำหนดความชอบอาหารของ ตัวเอง หากพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่เข้าใจ
จะทำให้เกิดปัญหาการกินอาหารของเด็กวัยนี้ได้
อาหารสำหรับเด็กวัยนี้ต้องมีความหลากหลาย
โดยผู้เลี้ยงดูเด็กต้องรู้จักวิธีส่งเสริม ป้องกัน
และแก้ไขปัญหาความต้องการอาหารของเด็ก เพื่อปลูกฝังนิสัยการกินอาหารทีดีให้แก่เด็ก
รวมทั้งต้องจัดอาหารให้เหมาะกับพัฒนาการตามวัยและความต้องการทางร่างกายของเด็ก
ชีวิตช่วงนี้ของเด็กจะอยู่กับผู้เลี้ยงดูเด็ก ซึ่งจะดูแลอาหารหลัก อาหารกลางวัน 1
มื้อ อาหารเสริมหรือ อาหารว่าง 2 มื้อ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง คือ
รสชาติต้องอร่อยถูกปากเด็ก ทั้งต้องมีความหลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย
💗สาเหตุของการเลี้ยงดูเด็กที่บกพร่องที่ผู้เลี้ยงดูเด็กควรคำนึงและหาทางแก้ไขป้องกัน
🔎สาเหตุ 1
การขาดความรู้ทางโภชนาการ เช่น เข้าใจผิดคิดว่าอาหารราคาแพงเป็นอาหารที่ดี
หลงเชื่อในคำโฆษณาอาหารนั้น ๆ มีสรรพคุณเกินจริง หรือเป็นความเชื่อเก่า ๆ
ที่ยึดถือกันมา เช่น กินรังนกแล้วบำรุงปอด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด การแก้ไข
ผู้เลี้ยงดูเด็กควรหาความรู้เรื่องโภชนาการอยู่เสมอจากสื่อต่าง ๆ ที่ทันสมัย เชื่อถือได้
แล้วเผยแพร่ต่อไปยังผู้ปกครองของเด็กและตัวเด็กให้มีวิจารณญาณในกากรเลือกกิน
🔎สาเหตุ 2 ความยากจน
ฐานะทางเศรษฐกิจของพ่อแม่ไม่อำนวยในการจัดซื้ออาหารที่ดีมีคุณค่าแก่เด็กได้
การแก้ไข ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องจัดเลือกอาหารที่มีราคาถูกแต่คุณภาพดีทดแทนได้ให้เด็กกิน
แล้วให้ความรู้แนะนำพ่อแม่เด็ก
🔎สาเหตุ 3
พฤติกรรมของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ไม่ให้ความสนใจต่ออาหารการกินของเด็ก เช่น
จัดหาของที่ไม่มีประโยชน์ให้เด็ก ให้เด็กกินข้าวระหว่างการเดินทางหรืองดอาหารเช้า
หรือปรนเปรอเด็กด้วยขนมของหวานไม่มีคุณค่า ทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนเพียงพอ
การแก้ไข
ผู้เลี้ยงดูเด็กควรจัดอาหารว่างช่วงเช้าที่มีคุณค่าให้แก่เด็กเพื่อเสริมหรือทดแทนอาหารมื้อเช้า
แล้วให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง
เป้าหมายสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องคำนึงถึงในการจัดอาหารให้แก่เด็กในแต่ละวัน
คือ การจัดอาหารให้เด็กในวัยนี้ต้องมุ่งประโยชน์ไปที่ตัวเด็ก
โดยสนับสนุนให้เด็กเกิดพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ และสังคม
ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นที่พอใจของเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย
💗เป้าหมายของการจัดอาหารเพื่อพัฒนาการของเด็กในวัยนี้ควรครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้
1.เพื่อส่งเสริมสุขภาพและสุขนิสัยของเด็ก
เด็กวัยนี้ต้องการอาหารที่มีคุณภาพทางโภชนาการในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายที่ต้องใช้พลังในกิจกรรมต่าง
ๆ เช่น การเล่น การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ แขน ขา ความสัมพันธ์
ระหว่างสมองและอวัยวะต่างๆ
2.เพื่อให้เป็นที่พอใจแก่เด็ก
ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องจัดอาหารที่ถูกต้องตามรสนิยมของเด็กและกินได้อย่างสะดวกโดยต้องคำนึงถึงความคุ้นเคยของเด็กกับรสและกลิ่น
มีรสธรรมชาติ เหมาะสมกับระบบการย่อยของเด็ก มีความอ่อนนุ่ม ย่อยง่าย ไม่เหนียว
เคี้ยวได้ละเอียดง่ายสำหรับเด็ก แต่ไม่ถึงขนาดบดและเหลวเหมือนของเด็กเล็ก
ผู้เลี้ยงดูต้องคำนึงถึงรสนิยมความชอบส่วนตัวของเด็กด้วย เช่น การแพ้อาหารบางชนิด
เด็กมีปัญหาส่วนตัวไม่สามารถกินอาหารเหมือนเพื่อนได้
ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องดูแลเด็กเน้นกรณีพิเศษเป็นรายบุคคล
ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องกำหนดเงื่อนไขการกินอาหารแก่เด็กโดยไม่ให้วิธีแข็งกร้าว
เนื่องจากเด็กมาจากต่างครอบครัวต่างพื้นฐาน จึงต้องมาปรับตัวใหม่รับระเบียบกฎเกณฑ์ใหม่
ๆ เพื่อไม่ให้เด็กเกิดการตอบโต้
จึงควรมีการจัดเวรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและใช้แนวปฏิบัติที่เหมือนกัน
3.เพื่อเป็นการให้ความรู้ด้านโภชณาการที่ดีและบรรยากาศการกินอาหารตามสมควรแก่วัยแก่เด็กและผู้ปกครอง
ผู้เลี้ยงดูเด็กควรสอดแทรกเรื่องการกินอาหารที่ดีลงในสื่อการสอนแก่เด็กเท่าที่จะทำได้เพื่อปลูกฝังความคิดที่ถูกต้อง
และยังเป็นการสื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับทราบด้วย
การให้ความรู้แก่เด็กเรื่องมารยาท
การกินอาหารจะช่วยให้เด็กได้นำไปฝึกปฏิบัติที่บ้าน เช่น ไม่กินไปเล่นไป
ไม่ใช้มือหยิบอาหาร เป็นต้น
บทบาทของผู้เลี้ยงดูเด็กในการส่งเสริมพัฒนาการด้านโภชนาการของเด็ก
ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องอยู่ใกล้ชิดกับเด็กตลอดทั้งวัน
จึงเป็นผู้มีบทบาทเป็นอย่างมากกับเด็ก
เด็กจะเชื่อฟังและพร้อมที่จะเลียนแบบผู้เลี้ยงดูเด็ก บทบาทสำคัญของผู้เลี้ยงดูเด็ก
จึงมิใช่แต่เพียงจัดกิจกรรมให้แก่เด็กท่านั้น
แต่ยังเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมของเด็กด้านสุขนิสัยในการกินอาหารด้วย
การไม่กินผักบางชนิดโดยเลือกตักออก เมื่อเด็กเห็นก็จะเกิดการเลียนแบบอย่าง
เพราะคิดว่าการที่ผู้เลี้ยงดูเด็กทำเป็นแบบอย่างที่ดี
ดังนั้นผู้เลี้ยงดูเด็กจึงควรปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น
กินอาหารหมดจานไม่เหลือทิ้ง ล้างมือก่อนกินอาหาร การแปรงฟันหลังอาหารทุกครั้ง
โดยอาจทำไปพร้อมกับ เด็ก ๆ ไปด้วย
💗ประโยชน์และคุณค่าของน้ำนม
👀น้ำนมถือเป็นอาหารหลักที่มีความสำคัญสำหรับเด็กปฐมวัยทั้งในช่วง
แรก คือ แรกเกิด-3 ขวบ และช่วงอายุ 3-5
ขวบในช่วงแรกเด็กทารก แรกเกิดต้องกินน้ำนมแม่เพียงอย่างเดียวจนอายุได้
4เดือนจึงเริ่มให้ อาหารเสริม และเริ่มหย่านมเมื่ออายุครบ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง
แต่เด็กยัง ต้องการนมอยู่ เพื่อนำสารอาหารโปรตีน และแร่ธาตุ วิตามินที่มีอยู่ใน
น้ำนมไปเพื่อสร้างเสริมซ่อมแซมร่างกาย ดังนั้นหลังจากหย่านมแม่ ไปแล้ว
เด็กจึงควรได้รับน้ำนมทดแทนในรูปของน้ำนมสัตว์ต่างๆเพื่อ
ให้พัฒนาการของเด็กไม่สะดุดขาดตอนลง
👀ภูมิต้านทานโรค
ในน้ำนมแม่จะมีระบบภูมิต้านทานโรคให้แก่ทารกอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์โดยผ่านจากรกเมื่อคลอดออกมาแล้วจะผ่านทางน้ำนมแม่
จนร่างกายของเด็กสามารถสร้างขึ้นเองได้ในภายหลัง จากที่กล่าวมา
จะเห็นได้ว่าน้ำนมแม่มีคุณประโยชน์มาก สามารถสรุปได้ดังนี้
1) ในน้ำนมแม่จะมีสารอาหารครบถ้วนที่จะไปเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและร่างกาย
2) น้ำนมแม่ทีความสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรค
3) ป้องกันโคต่าง ๆ ที่จะเกิดในเด็กทารกได้
4) มีความสะดวก แม่สามารถให้นมแก่ลูกได้ทุกเวลาไม่ต้องมีการเตรียมการ
มีอุณหภูมิพอดี ไม่ต้องอุ่นให้ร้อน หรือทำให้เย็น
5) น้ำนมแม่สามารถถ่ายทอดภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกจนลูกสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้
6) ประหยัด เพราะร่างกายของแม่สามารถสร้างน้ำนมเองได้ตลอดเวลา
7) ให้ทารกกินได้นานเท่าที่ทารกต้องการ
8) น้ำนมแม่มีปริมาณที่เหมาะสม ไม่ทำให้ทารกเกิดโรคอ้วน
9) น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมทำให้ทารกถ่ายสะดวกท้องไม่ผูก
10) เมื่อให้นมแก่ลูก แม่และลูกจะผูกพันอย่างใกล้ชิด เกิดความสุขและอบอุ่นทางจิตใจ
👀น้ำนมจากสัตว์
เป็นของเหลวที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสร้างขึ้นเพื่อใช้เลี้ยงลูก จะมีคุณ
ค่าทางโภชนาการสูง น้ำนมจากสัตว์ที่เรานิยมกินกันเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ น้ำนมวัว
เนื่องจากมีส่วนประกอบที่ใกล้เคียงกับน้ำนมของคน มากที่สุด รองลงมาก็คือ นมแพะ
นมแกะ นมกระบือ ซึ่งนิยมบริโภค เฉพาะในท้องถิ่น
แต่ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงทารกเพราะจะมีไขมันและ โปรตีนสูงกว่าน้ำนมคนและน้ำนมวัวมาก
น้ำนมจัดเป็นอาหารที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์มีคุณค่าทาง โภชนาการสูง มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวหรือเหลืองนวล มีรส หวานเล็กน้อยมีส่วนประกอบจากน้ำ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแล็กโทส และสารประกอบอื่น ๆ แยกได้ดังนี้ - น้ำ เป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่
น้ำนมจัดเป็นอาหารที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์มีคุณค่าทาง โภชนาการสูง มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวหรือเหลืองนวล มีรส หวานเล็กน้อยมีส่วนประกอบจากน้ำ โปรตีน ไขมัน น้ำตาลแล็กโทส และสารประกอบอื่น ๆ แยกได้ดังนี้ - น้ำ เป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่
1.น้ำนมสด
เป็นน้ำนมที่ผลิตจากน้ำนมดิบล้วน ๆ ไม่มีการเติมสารปรุงแต่งรส เพียงแต่นำน้ำนมมาผ่านความร้อนเพื่อทำลายจุลินทรีย์โดยใช้กระบวนการต่างๆ ตามลำดับ
- น้ำนมสดพาสเจอร์ไรส์ คือ น้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยการพาสเจอร์ไรส์ การเก็บรักษาต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และเก็บได้ 3-7 วันนับตั้งแต่ผลิต หากไม่เก็บในความเย็นก็จะบูดเสีย ข้อดีคือ นมสดพาสเจอร์ไรส์จะมีกลิ่นรสเหมือนนมสดใหม่ ๆ และมีวิตามินต่าง ๆอยู่ครบ จะบรรจุอยู่ในลักษณะนมถุง
- น้ำนมสดสเตอริไรส์ คือน้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคโดยกระบวนการสเตอริไรส์ ในความร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 3 เดือน ในอุณหภูมิปกติ จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกลิ่นจะมีกลิ่นนมต้ม และวิตามินบี 1 บี 6 บี 12 กรดแพนโททีนิก ไนอาซิน และแคลเซียม จะถูกทำลายด้วยความร้อนบรรจุอยู่ในลักษณะของนมกระป๋อง
เป็นน้ำนมที่ผลิตจากน้ำนมดิบล้วน ๆ ไม่มีการเติมสารปรุงแต่งรส เพียงแต่นำน้ำนมมาผ่านความร้อนเพื่อทำลายจุลินทรีย์โดยใช้กระบวนการต่างๆ ตามลำดับ
- น้ำนมสดพาสเจอร์ไรส์ คือ น้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยการพาสเจอร์ไรส์ การเก็บรักษาต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส และเก็บได้ 3-7 วันนับตั้งแต่ผลิต หากไม่เก็บในความเย็นก็จะบูดเสีย ข้อดีคือ นมสดพาสเจอร์ไรส์จะมีกลิ่นรสเหมือนนมสดใหม่ ๆ และมีวิตามินต่าง ๆอยู่ครบ จะบรรจุอยู่ในลักษณะนมถุง
- น้ำนมสดสเตอริไรส์ คือน้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคโดยกระบวนการสเตอริไรส์ ในความร้อนอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส สามารถเก็บไว้ได้นานอย่างน้อย 3 เดือน ในอุณหภูมิปกติ จะเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกลิ่นจะมีกลิ่นนมต้ม และวิตามินบี 1 บี 6 บี 12 กรดแพนโททีนิก ไนอาซิน และแคลเซียม จะถูกทำลายด้วยความร้อนบรรจุอยู่ในลักษณะของนมกระป๋อง
- น้ำนมสดยูเอชที
คือน้ำนมดิบที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคด้วยระบบยูเอชที สามรถเก็บไว้ได้นาน 3-6
เดือน ในอุณหภูมิปกติ จะคงกลิ่น สี รสเหมือนเดิม คุณค่าถูกทำลายไปบ้างเล็กน้อย
แต่ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูง ทำให้มีราคาแพงบรรจุอยู่ในลักษณะของนมกล่อง
ผู้เลี้ยงดูเด็กจึงต้องพิจารณาความพร้อมของการจัดการว่า
มีความสะดวกเพียงใดในการเก็บรักษา เช่น หากจะรับนมพาสเจอร์ไรส์ในรูปของนมถุง
ก็จะต้องคำนึงถึงระยะทางการขนส่ง ระบบและวิธีการจัดเก็บ การเตรียมตู้แช่
การเตรียมอุปกรณ์ เช่น กรรไกร หลอดดูด เป็นต้น
รวมทั้งการจัดแถวเด็กเพื่อรับนมถุงจากครู
หรืออาจตัดแล้วใส่หลอดแล้ววางทั้งถุงลงในแก้วเพื่อความสะดวกของเด็ก
หากจะรับเป็นนมกล่องซึ่งมีความสะดวก แต่ต้องจัดเตรียมสถานที่เก็บรักษาที่ต้องไม่ถูกแสดงแดดไม่ร้อน
และมีขนาดกว้างพอ เนื่องจากไม่สามารถวางได้สูงเกิน 8 กล่อง
จึงอาจต้องจัดทำชั้นวางของ นอกจากนี้แล้วยังต้องคำนึงถึงคุณค่าของนมประเภทต่าง ๆ
ที่ผู้ผลิตได้นำไปผ่านกรรมวิธีดัดแปลงไขมันให้อยู่ในปริมาณต่าง ๆ กันดังนี้
- นมสดธรรมดา
มีมันเนยไม่ต่ำกว่าร้อย3 .2 ของน้ำหนัก
เมื่อเด็กกินเข้าไปจะได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน
- นมสดพร่องมันเนย มีมันเนยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ของน้ำหนัก มีรสชาติด้อยลง ไม่มันอร่อยเหมือนประเภทแรก เหมาะสมสำหรับเด็กที่ปัญหาน้ำหนักเกินขนาดหรือเป็นโรคอ้วน หากให้เด็กตามปกติหรือต้องการสารอาหารมากก็จะทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กจึงควรเลือกชนิดของน้ำนมให้เหมาะกับความต้องการของเด็ก
- นมสดพร่องมันเนย มีมันเนยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ของน้ำหนัก มีรสชาติด้อยลง ไม่มันอร่อยเหมือนประเภทแรก เหมาะสมสำหรับเด็กที่ปัญหาน้ำหนักเกินขนาดหรือเป็นโรคอ้วน หากให้เด็กตามปกติหรือต้องการสารอาหารมากก็จะทำให้เด็กไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้ ผู้เลี้ยงดูเด็กจึงควรเลือกชนิดของน้ำนมให้เหมาะกับความต้องการของเด็ก
2.นมผง
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนมสดมาระเหยน้ำออกจนหมด โดยผ่านกรรมวิธี คือ นำน้ำนมสดมากรองความสกปรกออก แล้วทำให้น้ำนมร้อน แล้วนำไประเหยน้ำภายใต้สูญญากาศ ทำให้แห้ง จะได้นมมีลักษณะเป็นเกล็ดหรือผงได้นมที่มีน้ำหนักเบา ง่าต่อการเก็บรักษาและการขนส่ง สามารถนำไปใช้ในการผลิตนมพร้อมดื่ม จะใช้ในการเลี้ยงทารกแทนนมแม่ เนื่องจากมีคุณภาพดีใกล้เคียงกับน้ำนมสดมากที่สุด โดยจะสูญเสียวิตามินเอและดี วิตามินบี 1 และซี ไปบ้าง ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจเลือกใช้นมผงในกรณีที่น้ำนมสดขาดตลาด หรือไม่สามารถจัดหาน้ำนมสดให้เด็กได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก คือ ความสะอาดของอุปกรณ์ เช่น หม้อต้มน้ำ อุปกรณ์ในการชง อุณหภูมิของน้ำเดือดที่ต้องปล่อยให้มีความอุ่นพอควรแก่การชง และสัดส่วนปริมาณของนมผงกับน้ำที่มาตรฐาน ทำให้เด็กได้รับคุณค่าตามกำหนด
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำนมสดมาระเหยน้ำออกจนหมด โดยผ่านกรรมวิธี คือ นำน้ำนมสดมากรองความสกปรกออก แล้วทำให้น้ำนมร้อน แล้วนำไประเหยน้ำภายใต้สูญญากาศ ทำให้แห้ง จะได้นมมีลักษณะเป็นเกล็ดหรือผงได้นมที่มีน้ำหนักเบา ง่าต่อการเก็บรักษาและการขนส่ง สามารถนำไปใช้ในการผลิตนมพร้อมดื่ม จะใช้ในการเลี้ยงทารกแทนนมแม่ เนื่องจากมีคุณภาพดีใกล้เคียงกับน้ำนมสดมากที่สุด โดยจะสูญเสียวิตามินเอและดี วิตามินบี 1 และซี ไปบ้าง ผู้เลี้ยงดูเด็กอาจเลือกใช้นมผงในกรณีที่น้ำนมสดขาดตลาด หรือไม่สามารถจัดหาน้ำนมสดให้เด็กได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก คือ ความสะอาดของอุปกรณ์ เช่น หม้อต้มน้ำ อุปกรณ์ในการชง อุณหภูมิของน้ำเดือดที่ต้องปล่อยให้มีความอุ่นพอควรแก่การชง และสัดส่วนปริมาณของนมผงกับน้ำที่มาตรฐาน ทำให้เด็กได้รับคุณค่าตามกำหนด
3.น้ำนมผงปรุงแต่ง
คือ น้ำนมสดหรือนมผงที่นำมาปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น รส เพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค โดยอาจปรุงแต่งด้วยวัตถุที่มีคุณค่าหรือไม่ก็ได้ แต่สิ่งนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่จะปรุงแต่งให้มีรสหวานและแต่งกลิ่นต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต กาแฟ ผลไม้ต่าง ๆ เช่น - นมปรุงแต่งช็อกโกแลตหรือกาแฟ มีหลายชนิดที่บรรจุอยู่ในขวดหรือกล่อง โดยทั่วไปจะประกอบด้วยน้ำนมร้อยละ 94 น้ำตาลทรายร้อยละ 1 และผงโกโก้หรือกาแฟร้อยละ 1 เติมกลิ่นโกโก้หรือกาแฟ ผงโกโก้ในน้ำนมชนิดนี้จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสลดลง - นมปรุงแต่งกกลิ่นผลไม้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มเด็ก และวัยรุ่นเพราะจะมีความหลากหลายของสีและกลิ่นที่สะดุดตาน่าดื่ม ประกอบไปด้วยน้ำนมร้อยละ 96 น้ำตาลทรายร้อยละ 5 และกลิ่นผลไม้สังเคราะห์ แต่งสีตามชนิดของผลไม้นั้น เช่น ใช้สีชมพูสำหรับกลิ่นสตรอเบอร์รี่ สีเขียวสำหรับรสมะนาว สีเหลืองสำหรับรสสับปะรดหรือกล้วยหอม สีส้มสำหรับรสส้ม ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ข้อมูลแก่เด็กถึงปริมาณน้ำตาลและกลิ่นสีที่เติมลงไปว่าเป็นสารเคมี มิใช่ผลไม้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ได้คุณค่าของผลไม้สดตามที่โฆษณาแต่อย่างใด
คือ น้ำนมสดหรือนมผงที่นำมาปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น รส เพื่อให้ถูกใจผู้บริโภค โดยอาจปรุงแต่งด้วยวัตถุที่มีคุณค่าหรือไม่ก็ได้ แต่สิ่งนั้นต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่จะปรุงแต่งให้มีรสหวานและแต่งกลิ่นต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต กาแฟ ผลไม้ต่าง ๆ เช่น - นมปรุงแต่งช็อกโกแลตหรือกาแฟ มีหลายชนิดที่บรรจุอยู่ในขวดหรือกล่อง โดยทั่วไปจะประกอบด้วยน้ำนมร้อยละ 94 น้ำตาลทรายร้อยละ 1 และผงโกโก้หรือกาแฟร้อยละ 1 เติมกลิ่นโกโก้หรือกาแฟ ผงโกโก้ในน้ำนมชนิดนี้จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสลดลง - นมปรุงแต่งกกลิ่นผลไม้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มเด็ก และวัยรุ่นเพราะจะมีความหลากหลายของสีและกลิ่นที่สะดุดตาน่าดื่ม ประกอบไปด้วยน้ำนมร้อยละ 96 น้ำตาลทรายร้อยละ 5 และกลิ่นผลไม้สังเคราะห์ แต่งสีตามชนิดของผลไม้นั้น เช่น ใช้สีชมพูสำหรับกลิ่นสตรอเบอร์รี่ สีเขียวสำหรับรสมะนาว สีเหลืองสำหรับรสสับปะรดหรือกล้วยหอม สีส้มสำหรับรสส้ม ผู้เลี้ยงดูเด็กควรให้ข้อมูลแก่เด็กถึงปริมาณน้ำตาลและกลิ่นสีที่เติมลงไปว่าเป็นสารเคมี มิใช่ผลไม้จริง ๆ ดังนั้นจึงไม่ได้คุณค่าของผลไม้สดตามที่โฆษณาแต่อย่างใด
💗หลักการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย
👯เด็กปฐมวัยกำลังอยู่ในวัยที่ต้องการอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการ
ของร่างกายที่กำลังเจริญเติบโตเต็มที่ หมายความว่าการที่เด็กจะมี
น้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น อย่างได้สัดส่วนกับอายุจะสามารถพัฒนา
ร่างกายและเซลล์ในสมองของเด็กได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้มีสมรรถ- ภาพ
ในการรับรู้และการเรียนรู้ได้อย่างดี ต่างจากเด็กที่ขาดอาหาร
ได้อาหารไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย ผู้เลี้ยงดูเด็กจึง
ควรเน้นในเรื่องของการจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสม สำหรับเด็ก ปฐมวัยอย่างแท้จริง
และจัดให้บริการอาหารแก่เด็กปฐมวัยได้ถูก ต้องตามหลักโภชนาการและมีอนามัย
เพื่อให้เด็กได้เติบโตอย่างมี คุณภาพในลำดับต่อไป หลักในการจัดเตรียมอาหาร
ผู้เลี้ยงดูเด็ก ควรคำนึง หลักการจัดเตรียมอาหารที่จะสามารถให้ประโยชน์แก่
เด็กได้อย่างเต็มที่ โดยใช้งบประมาณที่เหมาะสมการจัดการที่สอด
คล้องกับสภาพพื้นที่โดยยึดหลักดังนี้
1. การจัดอาหารที่มีประโยชน์ 2. เป็นอาหารที่มีคุณค่า 3. การจัดอาหารที่ประหยัด
1. การจัดอาหารที่มีประโยชน์ 2. เป็นอาหารที่มีคุณค่า 3. การจัดอาหารที่ประหยัด
👯การจัดอาหารที่มีประโยชน์
อาหารที่มีประโยชน์ หมายถึง อาหารที่เมื่อเด็กบริโภคเข้าไปแล้วอาหารนั้นจะถูกย่อยและได้ สารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายดูดซึมผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ ซึ่งกำลังเจริญเติบ โต เช่น ส่วนสูงเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งบำรุงกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอต่างจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งหมายถึง อาหารที่มีสารอาหารอยู่ น้อยหรือไม่มีลายหรือมีสารอาหารอยู่บ้างแต่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียว เช่น อาหารที่ให้แป้งและน้ำตาลแต่เพียงเดียวทั้งชนิด ที่ราคาแพงและราคาถูก แต่จะมีสิ่งดึงดูดใจจากสารชูรสหรือสารปรุง แต่ง สี กลิ่น รส ที่ใส่เข้าไปเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ลูกอม ลูกกวาด เยลลี่ ไกซุบแป้งทอดในน้ำมันที่ทอดหลายครั้ง จนน้ำมันเก่าและเปลี่ยนคุณสมบัติไป เด็กจะชอบกิน เพราะกินง่ายและ รสชาติถูกใจ หากจัดให้เด็กกินเป็นอาหารว่าง จะทำให้เด็กเกิดความ เคยชิน และอาจกลายเป็นอาหารหลักไปได้ในที่สุด
อาหารที่มีประโยชน์ หมายถึง อาหารที่เมื่อเด็กบริโภคเข้าไปแล้วอาหารนั้นจะถูกย่อยและได้ สารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกายดูดซึมผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ ซึ่งกำลังเจริญเติบ โต เช่น ส่วนสูงเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งบำรุงกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอต่างจากอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งหมายถึง อาหารที่มีสารอาหารอยู่ น้อยหรือไม่มีลายหรือมีสารอาหารอยู่บ้างแต่มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียว เช่น อาหารที่ให้แป้งและน้ำตาลแต่เพียงเดียวทั้งชนิด ที่ราคาแพงและราคาถูก แต่จะมีสิ่งดึงดูดใจจากสารชูรสหรือสารปรุง แต่ง สี กลิ่น รส ที่ใส่เข้าไปเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ลูกอม ลูกกวาด เยลลี่ ไกซุบแป้งทอดในน้ำมันที่ทอดหลายครั้ง จนน้ำมันเก่าและเปลี่ยนคุณสมบัติไป เด็กจะชอบกิน เพราะกินง่ายและ รสชาติถูกใจ หากจัดให้เด็กกินเป็นอาหารว่าง จะทำให้เด็กเกิดความ เคยชิน และอาจกลายเป็นอาหารหลักไปได้ในที่สุด
👯อาหารที่มีประโยชน์จะต้องมีลักษณะ
ดังนี้
1)เป็นอาหารใหม่และสด อาหารที่มีความใหม่และสดทั้งเนื้อสัตว์และผักผลไม้จะให้ คุณค่าทางอาหารสูงกว่าอาหารที่เก็บไว้นาน อาทิเช่น อาหาร ประเภทเนื้อสัตว์หากเก็บไว้นานจะมีการเสื่อมสภาพของเนื้อ สัตว์ นอกจากมีกลิ่นแล้วยังด้อยคุณค่าลงยิ่งมีการปรุงโดยการ ต้มเคี่ยวนานคุณค่าก็จะลดด้อยลง หากเป็นอาหารประเภทผัก ผลไม้ถ้าเก็บไว้นาน วิตามินและแร่ธาตุจะสูญสลายไป เมื่อนำ มาผ่านกระบวนการปรุงแล้ว คุณค่าก็จะสูญสลายไปอีกบาง อย่าง แต่อย่างไรก็ตามการทำให้อาหารสุกก็ยังมีความจำเป็น เนื่องจากเป็นความปลอดภัยของเด็ก
วิธีแก้ไข คือ ควรใช้น้ำที่เหลือจากการต้ม มาประกอบอาหาร ต่อไปไม่ควรทิ้งไป
1)เป็นอาหารใหม่และสด อาหารที่มีความใหม่และสดทั้งเนื้อสัตว์และผักผลไม้จะให้ คุณค่าทางอาหารสูงกว่าอาหารที่เก็บไว้นาน อาทิเช่น อาหาร ประเภทเนื้อสัตว์หากเก็บไว้นานจะมีการเสื่อมสภาพของเนื้อ สัตว์ นอกจากมีกลิ่นแล้วยังด้อยคุณค่าลงยิ่งมีการปรุงโดยการ ต้มเคี่ยวนานคุณค่าก็จะลดด้อยลง หากเป็นอาหารประเภทผัก ผลไม้ถ้าเก็บไว้นาน วิตามินและแร่ธาตุจะสูญสลายไป เมื่อนำ มาผ่านกระบวนการปรุงแล้ว คุณค่าก็จะสูญสลายไปอีกบาง อย่าง แต่อย่างไรก็ตามการทำให้อาหารสุกก็ยังมีความจำเป็น เนื่องจากเป็นความปลอดภัยของเด็ก
วิธีแก้ไข คือ ควรใช้น้ำที่เหลือจากการต้ม มาประกอบอาหาร ต่อไปไม่ควรทิ้งไป
2)เป็นอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เป็นอาหารที่มีความสะอาดตั้งแต่การจัดเก็บจากแหล่งอาหาร
มีวิธีการจัดส่งที่ปลอดจากเชื้อโรค การจัดเก็บที่ถูกวิธี เช่น
😃พืชผักจะต้องมาจากแหล่งผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีเป็นพิษในการปลูกและมีการ
ตัดเก็บในระยะที่ปลอดจากยาฆ่าแมลง ปุ๋ย เมื่อตัดมาแล้วจัดส่งในภาชนะที่
สะอาดไม่วางไว้ในที่สกปรกชื้นแฉะบนทางเท้า เมื่อมายังสถานที่ประกอบ อาหารมีการจัดวางไว้ในที่เหมาะสม
ในที่ ไม่ร้อน ไม่อับชื้น มีการล้าง ตัดหั่น อย่างถูกวิธีไม่ทำลายคุณค่าทางอาหาร
😃เนื้อสัตว์
สัตว์นั้นจะถูกเลี้ยงมาโดยปราศจากสารเร่งให้โต
หรือให้กินยาปฏิชีวนะยางอย่างที่อาจตกค้างในเนื้อสัตว์ ถูก
ฆ่าจากโรงฆ่าที่มีความสะอาดถูกสุขอนามัย จัดส่งมาอย่าง รวดเร็วไม่ตกค้าง
เมื่อวางบนเขียง ก็เป็นเขียงที่มีความ สะอาด ไม่วางกับพื้นฟุตบาท
เมื่อถูกนำมาที่สถานประกอบ อาหาร จะถูกจัดเก็บไว้ในที่เย็น ไม่มีแมลงวันตอมเพื่อมี
ความต้านทานโรคน้อยกว่าผู้ใหญ่
3)เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงอย่างถูกต้อง
การปรุงอาหารที่ถูกต้องจะสามารถรักษาคุณค่าของอาหารไว้ได้มาก
เพราะแม้ว่าอาหารสดจะดี มีคุณภาพอย่างไร
หากมีวิธีการปรุงที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้คุณค่าของอาหารนั้นสูญสลายไปจน เกือบหมด
เช่น การหุงข้าวไม่ถูกวิธี
ตั้งแต่การเลือกข้าวควรเลือกข้าวที่มีคุณค่าไม่ถูกขัดสีจน ขาว
ใช้น้ำซาวข้าวแต่น้อย
ไม่ใช้ความแรงขัดถูจนสารอาหารหลุดหมดและใช้วิธีนึ่งข้าวหรือหุง
แบบไม่เช็ดน้ำเพื่อคงคุณค่าของวิตามินเอาไว้ การต้ม เคี่ยวผักหรือเนื้อสัตว์มากเกินไปจนคุณค่าของอาหาร
สลายไปในน้ำจนหมดควรล้างผักให้สะอาดอย่างถูกวิธี ก่อนนำไปหั่นหรือซอย
ใช้น้ำในการต้มแต่น้อย ปิดฝา เวลาต้มใช้เวลาสั้น และใช้น้ำที่เหลือไปผัดหรือปรุง
เป็นซุบต่อไป
4)ผู้ปรุงอาหารต้องเป็นผู้ที่มีสุขอนามัยที่ดีไม่เป็นโรคติดต่อ เช่น โรคหวัด ไวรัสตับอักเสบ
โรคผิวหนัง รวม ทั้งต้องเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับการปรุงอาหารอย่างถูก
ต้องสำหรับเด็ก รู้วิธีการล้างทำความสะอาดภาชนะ สำหรับประกอบอาหารอย่างดี
💗การจัดรายการอาหารและการจัดอาหารสำหรับเด็ก
การจัดรายการอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยจะเป็นการจัดอาหารสำหรับเด็กเมื่อมาอยู่ในสถาน
คือ อาหารหลัก 1 มื้อ และอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มในตอนเช้าและบ่ายอีก 2 มื้อ รวมเป็น
3 มื้อ อาจแยกได้ ดังนี้
1.อาหารหลัก
1.อาหารหลัก
เป็นอาหารที่คุณค่าทางโภชนาการในการเสริมสร้างความเจริญเติบโต
มีคุณค่าทางอาหารมาก เพื่อความสะดวก ของผู้เลี้ยงดูเด็ก ควรจัดเป็นรูปแบบอาหารจานเดียวที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งคุณค่าทางโภชนาการและเด็กสะดวกในการกินอาหารจานเดียว
หมายถึง อาหารที่ปรุงสำเร็จใส่มาในจานเดียวกินได้โดยไม่ต้องมีอาหารอื่น
เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน กำหนดคุณค่าทางอาหารได้ชัดเจน เช่น ข้าวผัด
ก๋วยเตี๋ยวทั้งน้ำและแห้ง ผัดมักกะโรนี ผัดไทย ซึ่งต้องมีอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
เนื้อสัตว์ ผัก เด็กจะกินได้สะดวก ข้อดีของอาหารหลักประเภทอาหารจานเดียว คือ
ไม่ต้องเสียเวลาประกอบอาหารมาก
สามารถทำได้อย่างรวดเร็วใช้เครื่องมือเครื่องใช้ร้อย
สามารถเพิ่มเติมส่วนประกอบได้ง่าย แต่ผู้ปรุงต้องมีความรู้ทางโภชนาการที่จะปรับปรุงอาหารให้ดูน่ากินโดยยังคงคุณค่า
2.อาหารว่าง
เป็นอาหารที่มิใช่อาหารคาวหรืออาหารหวาน แต่เมื่อเด็กกินแล้วจะอิ่ม ใช้สำหรับเสริมให้แก่เด็กก่อนกินอาหารกลางวันเวลา 10.00 น. เพราะเด็กบางคนอาจกินอาหารเข้ามาน้อยหรือไม่ได้กินเลย และก่อนกลับบ้านเวลา 14.00 น. เพื่อเสริมหากเด็กกินข้าวเที่ยงน้อยหรือมิให้ท้องว่างเกินไปก่อนกินอาหารเย็น ควรเป็นอาหารที่เตรียมง่าย หาได้ในท้องถิ่น เช่นชาละเปา ข้าวต้มมัด ฟักทอง นึ่ง ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู แซนวิชง่าย ๆ หลักการจัดอาหารว่างเสริมให้แก่เด็ก จะต้องจัดอาหารที่ให้แคลอรีและโปรตีน นอกจากนี้แล้วยังต้องให้วิตามินหรือสารอาหารที่เพิ่มเติมที่ยังขาดอยู่ให้แก่เด็กในตะวัน ทำได้ง่าย หาได้ในท้องถิ่น เด็กสามารถกินได้สะดวก ต้องไม่จัดอาหารด้อยคุณค่าให้แก่เด็ก เช่น ขนมกรุบกรอบเป็นซองที่ใส่สารชูรสมาก หรือขนมสำเร็จรูปใส่สี เช่น เยลลี่ ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารเพราะเด็กจะได้รับพิษจาอาหารเหล่านี้กินสะสมเป็นเวลานานๆ
เป็นอาหารที่มิใช่อาหารคาวหรืออาหารหวาน แต่เมื่อเด็กกินแล้วจะอิ่ม ใช้สำหรับเสริมให้แก่เด็กก่อนกินอาหารกลางวันเวลา 10.00 น. เพราะเด็กบางคนอาจกินอาหารเข้ามาน้อยหรือไม่ได้กินเลย และก่อนกลับบ้านเวลา 14.00 น. เพื่อเสริมหากเด็กกินข้าวเที่ยงน้อยหรือมิให้ท้องว่างเกินไปก่อนกินอาหารเย็น ควรเป็นอาหารที่เตรียมง่าย หาได้ในท้องถิ่น เช่นชาละเปา ข้าวต้มมัด ฟักทอง นึ่ง ข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู แซนวิชง่าย ๆ หลักการจัดอาหารว่างเสริมให้แก่เด็ก จะต้องจัดอาหารที่ให้แคลอรีและโปรตีน นอกจากนี้แล้วยังต้องให้วิตามินหรือสารอาหารที่เพิ่มเติมที่ยังขาดอยู่ให้แก่เด็กในตะวัน ทำได้ง่าย หาได้ในท้องถิ่น เด็กสามารถกินได้สะดวก ต้องไม่จัดอาหารด้อยคุณค่าให้แก่เด็ก เช่น ขนมกรุบกรอบเป็นซองที่ใส่สารชูรสมาก หรือขนมสำเร็จรูปใส่สี เช่น เยลลี่ ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารเพราะเด็กจะได้รับพิษจาอาหารเหล่านี้กินสะสมเป็นเวลานานๆ
3.อาหารหวาน
เป็นอาหารที่สามารถเสริมคุณค่าของอาหารหลักได้ จะมีรสชาติหวานน้อยไปจนหวานมาก
ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่ควรเลือกอาหารที่ให้ความหวานแต่เพียงอย่างเดียว ควรเลือกขนมหวานที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วย
เช่น ของหวานระหว่างขนมวุ้นใส่น้ำเชื่อมกับขนมถั่วแดงน้ำเชื่อม
ควรเลือกถั่วแดงที่จะให้คุณค่ามากกว่า
โดยอาจใส่สีแดงหรือนมสดในถั่วแดงเป็นถั่วแดงเย็น เพื่อเปลี่ยนรสชาติของเด็ก
💗ตัวอย่างรายการอาหารหลักที่เป็นอาหารหวาน
•
ฟักทองเชื่อม
• ลอดช่องน้ำกะทิ
• เผือกน้ำกะทิ
• แตงไทยน้ำกะทิ
• วุ้นน้ำเชื่อม
• เฉาก๊วย
• ข้าวต้มน้ำวุ้น
• กล้วยบวชชี
• กล้วยเชื่อม
• ถั่วแดงเย็น
• ขนมปังเย็นใส่น้ำแดง
• มันเชื่อม
• มันสำปะหลังเชื่อม
• ขนมมันสำปะหลัง
• ขนมปลากริมไข่เต่า
• ลอดช่องน้ำกะทิ
• เผือกน้ำกะทิ
• แตงไทยน้ำกะทิ
• วุ้นน้ำเชื่อม
• เฉาก๊วย
• ข้าวต้มน้ำวุ้น
• กล้วยบวชชี
• กล้วยเชื่อม
• ถั่วแดงเย็น
• ขนมปังเย็นใส่น้ำแดง
• มันเชื่อม
• มันสำปะหลังเชื่อม
• ขนมมันสำปะหลัง
• ขนมปลากริมไข่เต่า
• ขนมบัวลอย
• เต้าฮวย
• ขนมเหนียว
• ขนมเล็บมือนาง
• แกงบวดมันเทศ
• แกงบวดมันสำปะหลัง
• แกงบวดฟักทอง
• แกงบวดบัวลอยเผือก
• สาคูน้ำเชื่อม
• ข้าวต้มน้ำวุ้น
• ทับทิมกรอบน้ำเชื่อม
• คุกกี้สับปะรดกวน
• ถั่วดำน้ำเชื่อม
• ข้าวเม่าคลุก
• ข้าวเหนียวเปียก
• กล้วยน้ำเชื่อม
😍อาหารว่าง/เสริม
•
ข้าวเกรียบปากหม้อ
• ตะโก้
• ถั่วกวน
• มันเทศกวน
• ข้าวต้มมัด
• ข้าวเหนียวหน้าเนื้อ
• ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง
• เหนียวสังขยา
• ข้าวเหนียวปิ้ง
• นมถั่วเหลือง
• ฟักทองนึ่ง
• กล้วยทับ
• ข้าวต้มจิ้มมะพร้าว
• กล้วยปิ้ง
• ขนมต้มขาว
•ขนมต้มแดง
•ขนมเล็บมือนาง
•ขนมเหนียว
•ขนมถ้วยฟู
•ขนมตาล
•ขนมกล้วย
•ขนน้ำดอกไม้
•ขนมใส่ไส้
•ขนมชั้น
•ขนมสาลี่
•สาคูไส้หมู
•หมี่กะทิ
•ขนมปั้นสิบ
😍อาหารจานเดียว
•
ขนมผักกาดผัด
• ข้าวผัดเนื้อ / หมู / ไก่
• ข้าวผัดกุนเชียง หมูกรอบ
• ข้าวผัดหมู / ไก่ / เนื้อ
• ข้าวผัดกุ้ง
• ข้าวผัดอนามัย
• ข้าวคลุกกะปิ
• ข้าวราดหน้าไก่
• ข้าวราดแกงเนื้อ
• ข้าวราดแกงลูกชิ้นปลา
• ข้าวราดหน้าไก่ หน่อไม้
• ขนมจีนน้ำยา
• ขนมจีนแกงไก่
•
ขนมจีนแกงลูกชิ้นปลา
• ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับ / หมูสับ
• ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย
• ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว
• ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า
• ก๋วยเตี๋ยวน้ำ หมู ไก่ เนื้อ เป็ด
• ก๋วยเตี๋ยวแห้ง
• ก๋วยจั๊บ
• ก๋วยเตี๋ยวหลอด
• ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น
• ก๋วยจั๊บน้ำใส่
• เกี้ยมอี๋
• หมี่กะทิ
• บะหมี่น้ำ
• บะหมี่แก้ง
• บะหมี่ราดหน้า
💗การจัดสถานที่และวัสดุอุปกรณ์เพื่อจัดอาหารและการให้บริการ
☝การจัดอาหารให้แก่เด็กปฐมวัย
คือคำนึงถึงสุขลักษณะ ความปลอดภัยในการจัดตรียมอาหาร
การประกอบอาหารและการให้บริการแก่เด็ก
ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องมีความรู้ความเข้าใจในการจัดในองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้
☝สถานที่ประกอบอาหาร
เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับประกอบอาหาร
เครื่องใช้สำหรับรับประทานอาหาร
ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อภาชนะ
สถานที่รับประทานอาหาร
👉สถานที่ประกอบอาหาร
👌ควรอยู่ไกลจากกองปฏิกูล
น้ำครำ ควรเป็นที่ที่อากาศถ่ายเท เป็นโรงเรือนหรือห้องขนาดพอเหมาะกับปริมาณงาน
ที่จะดำเนินการ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป แบ่งสัดส่วนของห้องให้ชัดเจน เป็นครัวยืน
คือ ส่วนจัดเตรียมและประกอบอาหาร ส่วนหน้าเตา ส่วนล้างเก็บ
อยู่ในลักษณะให้ผู้ประกอบอาหารเคลื่อนไหวได้โดยรอบต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละส่วน
เช่น
👌ส่วนหน้าเตา
ต้องเก็บเชื้อเพลิง เช่น ถ่าน แก๊ส ควร อยู่ในที่ปลอดภัย ไม่อัด
แต่ต้องไม่มีลมโกรกมาก บริเวณส่วนของเปลวไฟจะทำให้เปลืองเชื้อเพลิง และ
ควรมีที่พักเตาเมื่อประกอบ อาหารเสร็จใหม่ๆ
ส่วนประกอบอาหาร ควรมีที่เก็บของแห้ง เครื่องปรุง อุปกรณ์ในการหั่น ภาชนะที่ต้องใช้ใส่เตรียมอาหาร หลายขนาด
ส่วนล้างเก็บ ควรเป็นอ่างล้างชามแบบยืน ที่คว่ำชาม ก๊อกน้ำหรือตุ้มน้ำ เครื่องล้างจาน และที่ เก็บอุปกรณ์ที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ควรโปร่งแต่มิดชิด เพื่อกันแมลงสาบและหนูเข้าไป
ส่วนของพื้นครัว ควรเรียบไม่ลื่น ผนังครัวทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บกักความสกปรก
ส่วนประกอบอาหาร ควรมีที่เก็บของแห้ง เครื่องปรุง อุปกรณ์ในการหั่น ภาชนะที่ต้องใช้ใส่เตรียมอาหาร หลายขนาด
ส่วนล้างเก็บ ควรเป็นอ่างล้างชามแบบยืน ที่คว่ำชาม ก๊อกน้ำหรือตุ้มน้ำ เครื่องล้างจาน และที่ เก็บอุปกรณ์ที่ล้างเรียบร้อยแล้ว ควรโปร่งแต่มิดชิด เพื่อกันแมลงสาบและหนูเข้าไป
ส่วนของพื้นครัว ควรเรียบไม่ลื่น ผนังครัวทำความสะอาดง่าย ไม่เก็บกักความสกปรก
👌โต๊ะที่จะทำครัวประกอบอาหาร
ควรมีความสูงพอดีกับผู้ประกอบอาหาร คือ โต๊ะสูงประมาณ 40-45 นิ้ว
ให้พอดีกับความสูงของคนทำครัว ใช้วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย หุ้มโต๊ะประกอบอาหาร
เพื่อความสะอาดและง่ายต่อการล้างทำความสะอาด
👉เครื่องใช้สำหรับประกอบอาหาร
👌เครื่องใช้สำหรับประกอบอาหาร
ได้แก่ โต๊ะ เตา ตู้ เก็บถ้วยชาม ภาชนะ เครื่องมือเครื่องใช้ ตู้ เก็บอาหาร
ควรเลือกใช้ของที่มีความทนทาน ไม่ควรเลือกของถูก คุณภาพไม่ดี เพราะจะต้อง
เสียค่าใช้จ่ายหลายครั้ง ควรเลือกของดีมีคุณภาพราคาปานกลาง เช่น
👌เตา
ควรใช้เตาที่มีขนาดพอดีกับปริมาณอาหารที่จะ ประกอบในแต่ละครั้ง ไม่เล็กเกินไป
ไม่ใหญ่เกินไป หากเป็นเตาถ่าน ควรใช้เตาประหยัดพลังงาน หากเป็น เตาแก๊ส
ควรเลือกหัวเตาที่ให้ไปได้หลายระดับ ตาม ความเหมาะสม
ตู้เก็บเครื่องมือเครื่องใช้ภาชนะ ควรปิดมิดชิดสามารถ กัน แมลงสาบและหนุได้ มีความกว้างลดหลั่นกันเพื่อ วางภาชนะได้หลายระดับ ไม่กินเนื้อที่ไม่กว่างหรือลึก เกินไป หรือสูงเกินไปหรืออยู่สูงเกินไปจนหยิบของยาก ตู้เก็บอาหารควรกรุด้วยมุ้งลวด และมีความมั่นคงของ รอยต่อของตู้ เพื่อกันมด แมลงสอบเข้าไปได้ ไม่อับชื้น ควรมีชั้นแยกของแห้งของสด
ภาชนะใส่อาหาร ควรใช้อะลูมิเนียมหรือหม้อเคลือบ ชนิดดีที่ไม่กระเทาะ หากใช้หม้อเคลือบ ควรเตรียม ทัพพีหรือไม่พายที่ด้วยไม่เพื่อมิให้กันหม้อขูดขีดเป็น รอย ทำให้แตกกระเทาะได้ ควรมีความหนาคงทนพอ ที่จะใส่อาหารแล้วต้องยกขึ้น-ลงได้โดยไม่บิดเปี้ยว ฝา ปิดสนิท มีที่จับมั่นคง
ตู้เก็บเครื่องมือเครื่องใช้ภาชนะ ควรปิดมิดชิดสามารถ กัน แมลงสาบและหนุได้ มีความกว้างลดหลั่นกันเพื่อ วางภาชนะได้หลายระดับ ไม่กินเนื้อที่ไม่กว่างหรือลึก เกินไป หรือสูงเกินไปหรืออยู่สูงเกินไปจนหยิบของยาก ตู้เก็บอาหารควรกรุด้วยมุ้งลวด และมีความมั่นคงของ รอยต่อของตู้ เพื่อกันมด แมลงสอบเข้าไปได้ ไม่อับชื้น ควรมีชั้นแยกของแห้งของสด
ภาชนะใส่อาหาร ควรใช้อะลูมิเนียมหรือหม้อเคลือบ ชนิดดีที่ไม่กระเทาะ หากใช้หม้อเคลือบ ควรเตรียม ทัพพีหรือไม่พายที่ด้วยไม่เพื่อมิให้กันหม้อขูดขีดเป็น รอย ทำให้แตกกระเทาะได้ ควรมีความหนาคงทนพอ ที่จะใส่อาหารแล้วต้องยกขึ้น-ลงได้โดยไม่บิดเปี้ยว ฝา ปิดสนิท มีที่จับมั่นคง
👌เขียง
ควรใช้ไม้เปลือกแข็งเพื่อมิให้ยุ่ยเมื่อสับอาหาร ควรใช้เขียงขนาดใหญ่
ไม่ควรใช้หลายอัน เพื่อจะได้ขัดล้างทุกวัน
👉เครื่องใช้สำหรับรับประทานอาหาร
ที่สำหรับใช้ประจำ
ได้แก่ จานกินข้าว จานใส่อาหาร ชามหรือถ้วยใส่แกง ช้อนกินอาหาร แก้วน้ำ ถาดหลุม
มีหลักในการเลือกดังนี้
- จากกินข้าว ควรเป็นจานแบน มีก้นลึก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ไม่ควรใช้จานใหญ่เกินไป เด็กตักอาหารไม่สะดวก
- จานใส่อาหาร แบบเดียวกับจานกินข้าว แต่เล็กกว่า
- ชามหรือถ้วย สำหรับใส่น้ำแกง ควรมีขนาดเล็กพอเหมาะกับจานอาหาร
- ช้อนกินอาหาร ควรเป็นช้อนอะลูมิเนียมที่ไม่มีคมบาดปากเด็ก ไม่ควรใช้ช้อนเคลือบ หากให้เด็กกินช้อนส้อมปลายช้อนส้อมควรมนเล็กน้อย ไม่แหลมจนอาจเกิดอันตรายได้
- แก้วน้ำ ควรมีฝาปิด มีขนาดเหมาะมือสำหรับเด็กจับ มีหูจับที่มั่นคง
- ถาดหลุม ควรเป็นภาชนะอะลูมิเนียมขนาดหนา มีความทนทาน ไม่บุบง่าย แตะละช่องมีความลึก สามารถจุอาหารได้โดยไม่หกล้นออกมาเลอะขอบหรือไหลเข้าหากันได้
- จากกินข้าว ควรเป็นจานแบน มีก้นลึก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว ไม่ควรใช้จานใหญ่เกินไป เด็กตักอาหารไม่สะดวก
- จานใส่อาหาร แบบเดียวกับจานกินข้าว แต่เล็กกว่า
- ชามหรือถ้วย สำหรับใส่น้ำแกง ควรมีขนาดเล็กพอเหมาะกับจานอาหาร
- ช้อนกินอาหาร ควรเป็นช้อนอะลูมิเนียมที่ไม่มีคมบาดปากเด็ก ไม่ควรใช้ช้อนเคลือบ หากให้เด็กกินช้อนส้อมปลายช้อนส้อมควรมนเล็กน้อย ไม่แหลมจนอาจเกิดอันตรายได้
- แก้วน้ำ ควรมีฝาปิด มีขนาดเหมาะมือสำหรับเด็กจับ มีหูจับที่มั่นคง
- ถาดหลุม ควรเป็นภาชนะอะลูมิเนียมขนาดหนา มีความทนทาน ไม่บุบง่าย แตะละช่องมีความลึก สามารถจุอาหารได้โดยไม่หกล้นออกมาเลอะขอบหรือไหลเข้าหากันได้
👉ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อภาชนะ
1.ภาชนะที่ใช้ประกอบอาหารและใส่อาหารต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัย
ไม่ทำมาจากตะกั่ว หรือสามารถหลอมละลายได้เมื่อถูกความร้อนหรอความเป็นกรดเป็นด่างของอาหาร สังเกตได้จาก
การสึกกร่อน สีซีดจางของภาชนะเมื่อสัมผัสอาหารระยะหนึ่งแล้ว ควรทำจากอะลูมิเนียม
ภาชนะเคลือบ สแตนเลส กระเบื้อง หรือเมลามีนที่มีคุณภาพดี ไม่ใส่สีจนสดมากเกินไป
อาจละลายได้เมื่อถูกความร้อนหรืออาหารที่มีความมันหรือเป็นกรด
2.ควรจัดซื้อภาชนะที่เป็นชุดลักษณะใกล้เคียงกัน มีความสวยงาม รักษาความสะอาดง่าย
ภาชนะพลาสติกสีสดเนื้อนิ่มไม่ควรซื้อ
ภาชนะที่สะอาดสวยงามจะช่วยให้เด็กเจริญอาหารได้ เป็นการฝึกสุขนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก
ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย หากอยู่ในท้องถิ่นที่ไม่สามารถจัดหาซื้อได้
ให้เน้นไปที่ความสะอาดและปลอดภัย
3. ภาชนะใส่อาหารของเด็กปฐมวัย ควรเลือกที่มีความทนทาน ไม่แตกหัก ปิ่นง่าย แก้วน้ำดื่มสำหรับเด็ก 1-3 ปี จะต้องมีหูจับที่แน่นหนากว้างพอที่เด็กจะสอดนิ้วเข้าไปได้ มิให้พลัดตกจากมือ ไม่ควรแก้วที่อาจตกแตกได้หากไม่ระวัง และเศษแก้วอาจบาดเด็กหากเก็บกวาดไม่เรียบร้อย อาจทำด้วยสแตนเลสหรืออะลูเนียมชนิดดี กระบอกพลาสติกหรือกระบอกเคลือบชนิดหนาไม่แตกกระเทาะง่าย
3. ภาชนะใส่อาหารของเด็กปฐมวัย ควรเลือกที่มีความทนทาน ไม่แตกหัก ปิ่นง่าย แก้วน้ำดื่มสำหรับเด็ก 1-3 ปี จะต้องมีหูจับที่แน่นหนากว้างพอที่เด็กจะสอดนิ้วเข้าไปได้ มิให้พลัดตกจากมือ ไม่ควรแก้วที่อาจตกแตกได้หากไม่ระวัง และเศษแก้วอาจบาดเด็กหากเก็บกวาดไม่เรียบร้อย อาจทำด้วยสแตนเลสหรืออะลูเนียมชนิดดี กระบอกพลาสติกหรือกระบอกเคลือบชนิดหนาไม่แตกกระเทาะง่าย
👉สถานที่รับประทานอาหาร
เนื่องจากข้อจำกัดของสถานศึกษา
ผู้เลี้ยงดูเด็กควรปรับสถานที่ที่เหมาะสมให้เด็กได้กินอาหาร
โดยเฉพาะเพื่อเป็นการฝึกปรับการบริโภคของเด็ก และเพื่อความง่ายในการสร้างบรรยากาศ
จึงต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1.การเลือกสถานที่ ควรร่มรื่นเป็นสัดส่วน เพื่อมิให้เด็กวอกแวกสนใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าอาหาร ไม่อยู่ใกล้ที่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือคูน้ำเน่าที่จะส่งกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาอยู่ในทิศทางลมพัดผ่าน ไม่เกิดความอับชื้น ทำให้เด็กเกิดความอึดอัดควรเป็นอาคารที่สามารถกันฝนกันแดดได้ถาวร
2.การดูแลความสะอาด พื้นอาคารควรทำด้วยวัสดุไม่ลื่น ผนังทำความสะอาดง่าย มีสีสันสบายตา เพดานโปร่ง โล่ง ไม่มีหยากไย่ ตกแต่งด้วยต้นไม้หรือวัสดุที่เคลื่อนที่ง่าย ทั้งนี้ผู้เลี้ยงดูเด็กควรมีการปรับปรุงสถานที่ โดยการทาสีใหม่ปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดหักพัง และรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด
1.การเลือกสถานที่ ควรร่มรื่นเป็นสัดส่วน เพื่อมิให้เด็กวอกแวกสนใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าอาหาร ไม่อยู่ใกล้ที่ทิ้งขยะมูลฝอยหรือคูน้ำเน่าที่จะส่งกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนาอยู่ในทิศทางลมพัดผ่าน ไม่เกิดความอับชื้น ทำให้เด็กเกิดความอึดอัดควรเป็นอาคารที่สามารถกันฝนกันแดดได้ถาวร
2.การดูแลความสะอาด พื้นอาคารควรทำด้วยวัสดุไม่ลื่น ผนังทำความสะอาดง่าย มีสีสันสบายตา เพดานโปร่ง โล่ง ไม่มีหยากไย่ ตกแต่งด้วยต้นไม้หรือวัสดุที่เคลื่อนที่ง่าย ทั้งนี้ผู้เลี้ยงดูเด็กควรมีการปรับปรุงสถานที่ โดยการทาสีใหม่ปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดหักพัง และรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด
🌰ข้าวต้มพระจันทร์ -
เมนูอาหารสำหรับเด็ก
ข้าวต้มเป็นอาหารแสนอร่อยที่ทำง่าย
ยิ่งวันนี้เมนูลูกรักนำเสนอเมนูข้าวต้มที่หน้าตาน่าทานมาก เด็ก ๆ ชอบแน่ ๆ เมนูอาหารสำหรับเด็กวันนี้เสนอ
ข้าวต้มพระจันทร์ เป็นยังไงมาดูกัน
✅เครื่องปรุง : ข้าวต้มพระจันทร์ -
เมนูอาหารสำหรับเด็ก
1) ข้าวสวย
2) ฟักทองนึ่งบดละเอียด
3) เนื้อไก่สับ
4) ใบผักโขม หรือป๋วยเล้งสับหยาบ
5) น้ำซุปโครงไก่
1) ข้าวสวย
2) ฟักทองนึ่งบดละเอียด
3) เนื้อไก่สับ
4) ใบผักโขม หรือป๋วยเล้งสับหยาบ
5) น้ำซุปโครงไก่
✅วิธีทำอาหาร
: ข้าวต้มพระจันทร์ - เมนูอาหารสำหรับเด็ก
1) นำฟักทอง ข้าวสวยและเนื้อไก่สับ ต้มรวมกันในน้ำซุปจนสุกนิ่ม
2) ก่อนจะหรี่ไฟ ให้ใส่ผักป๋วยเล้งลงไปด้วย เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวต้มสีเหลือง
เสริฟอุ่นๆ ให้เจ้าตัวเล็ก
🌰สตูตับไก่ (สำหรับเด็ก)
✅เครื่องปรุงตับไก่หั่นเป็นชิ้นหนา 1/2 นิ้ว 300 กรัม แครอท 1 หัว ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยม 1/2 ถ้วย ถั่วแขก 6 ฝัก มันเทศผ่าครึ่งหั่นแว่น 1/2 ถ้วย น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ 2 1/2 ถ้วย เกลือ 1 ช้อนชา
✅วิธีทำ
1. เคล้าเกลือกับตับเข้าด้วยกัน
2. ผัดตับในน้ำมัน พอตับตึงตัวตักใส่หม้อ ใส่น้ำตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน
3. ปอกแครอทหั่นเป็นแว่นหนา 1 ซม. ถั่วแขกลอกเยื่อออกหั่นครึ่งฝัก ปอกมันเทศผ่าครึ่งลูกและหั่นเป็นแว่นหนา 1 ซม.
4. ใส่ผักทั้งหมดลงในหม้อตับตั้งไฟ ปิดฝา เคี่ยวจนผักสุกนุ่ม
🌰ไข่ตุ๋นปูอัด
✅ เครื่องปรุง
1. ไข่ไก่(เบอร์ 1) 3 ฟอง
2. น้ำเปล่า
3. ปูอัด 3-4 แท่ง(หั่นแทยง)
4. แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ หั่นแท่งเล็กน้อย
5. ต้นหอมซอย เล็กน้อย
6. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสปรุงรส
2 ช้อนชา
8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
✅วิธีทำ
1. ใส่น้ำในลังถึง จากนั้นนำลังถึงตั้งไฟ
ระหว่างรอน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีไข่ให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ปรุงรสด้วย
ซิอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน
ใส่ปูอัดและแครอท
2. พอน้ำเดือด นำชามไข่ที่เตรียมไว้
ใส่ในลังถึงปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 20 นาที
3.
แต่งหน้าไข่ตุ๋นด้วย ปูอัด โรยแครอทแบบแท่ง ต้นหอมหั่นฝอย จากนั้นปิดฝาลังถึง
นึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที ให้ปูอัดและผักสุก
อาจารย์บาสได้สอนจบในเนื้อหาต่อจากนั้นอาจารย์ได้แจกกระดาษเพื่อให้มาเขียนเมนูที่จะทำสัปดาห์ถัดไป เป็นอาหารหวาน อาหารหลัก และนำเสนอในเรื่องของ 8 คุณธรรมพื้นฐาน โดยนำเสนอเป็นเพลง นิทาน คำคล้องจอง เป็นกลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ความประหยัด
✔ เพื่อนๆกลุ่มแรกได้นำเสนอเกี่ยวกับนิทานฝ้ายเก็บออม
ฝ้ายเห็นเพื่อนมีของเล่นชิ้นใหม่ จึงอยากได้บ้าง แต่คุณแม่ไม่ได้ตามใจฝ้าย ฝ้ายจึงรู้จักใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างคุ้มค่า แล้วยังมีเงินออมไปฝากธนาคารอีกด้วย ความประหยัดอดออมของน้องฝ้าย
กลุ่มที่ 2 ความขยัน
✔เพื่อนๆนำเสนอเกี่ยวกับนิทานแม่ไก่แดง และเพลงขยันเรียน นำเสนอได้ดีมากบอกถึงความขยันได้ชัดเจนและเกี่ยวกับเด็ก
กลุ่มที่ 3 ความมีวินัย
✔เพื่อนๆนำเสนอเกี่ยวกับนิทานเรื่องความมีวินัย และเพลงเด็กดีมีวินัย ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจได้ง่าย เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
กลุ่มที่ 4 ความสามัคคี
✔เป็นกลุ่มของหนูที่ได้นำเสนอนิทานเรื่องหัวผักกาดยักษ์ ได้ความรู้สึกสนุก เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อันเป็นคุณค่าที่พึงสอนเด็กให้รู้ว่าเป็นสิ่งที่ถูก ที่ควรนำไปปฏิบัติ ซึ่งพัฒนาของเด็ก 3-5 ปี พร้อมจะเข้าใจในเรื่องนี้ วันหนึ่งเขาจะอนุมานได้ถึงหัวผักกาดยักษ์ ว่าคืองานใหญ่ที่ต้องมาร่วมแรงแข็งขัน อาจจะเป็นงานที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะทำได้ แต่หากได้ร่วมด้วยช่วยกัน ความสำเร็จย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม
✔เพื่อนๆได้นำเสนอนิทานเรื่องความซื่อสัตย์ เป็นนิทานให้ความรู้กับเด็กได้ดีมาก สอนได้ให้เด็กเข้าใจในเรื่องนั้นๆ
กลุ่มที่ 6 ความสะอาด
✔เพื่อนๆกลุ่มนี้ได้นำเสนอเกี่ยวกับนิทานเรื่องความสะอาดและเพลงเกี่ยวกับการล้างมือ เป็นสื่อที่นำเสนอที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดซึ่งเหมาะสมที่จะให้เด็กดูอย่างมาก อย่างเช่น ถ้าเราไม่รักษาความสะอาดก็จะเกิดผมตามมาคือตัวเราเอง
✔เพื่อนๆนำเสนอในรูปแบบของนิทานเรื่องอัลเฟรดจอมก้าวร้าว ซึ่งจะทำให้เด็กเห็นถึงความก้าวร้าวที่ไม่ดีจะเกิดผลอย่างไร เป็นนิทานที่ส่งเสริมคุณธรรมได้ดีมากๆ
บรรยากาศในห้องเรียน
ประเมินตนเอง ⥬ สำหรับวันนี้ได้ดูนิทานและเพลงเกี่ยวคุณธรรมที่เพื่อนๆออกมานำเสนอ ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
ประเมินเพื่อนร่วมห้อง ⥬ วันนี้เพื่อนๆบางส่วนไม่มาทำให้ในห้องเรียนมีคนจำนวนน้อยบรรยากาศค่อนข้างเงียบ และเพื่อนๆคนที่มาก็ออกมานำเสนอหาสื่อต่างๆได้ดีมาก
ประเมินอาจารย์ ⥬ อาจารย์ได้สอนในเรื่องของคุณธรรมต่างๆ อธิบายเพิ่มเติมทำให้เข้าใจและสอนในเรื่องของอาหารที่มีความหลากหลายได้ชัดเจน













































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น